ต้มยำปลานิล เมนูต้มยำง่าย ๆ ที่โดดเด่นรสชาติ

ต้มยำปลานิล

แม้ว่าปลานิลจะมีต้นกำเนิดที่ไม่ได้มาจากประเทศไทยก็ตาม แต่เมื่อผ่านกาลเวลาจนถึงปัจจุบันปลานิลกลายเป็นอาหารที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยอยู่อย่างเต็มเปี่ยม หากคุณกำลังอยากทานเมนูต้มยำปลาที่สามารถซดน้ำคล่องคอ และได้รสชาติจัดจ้านแบบไทย ๆ แล้วล่ะก็ปลานิลเป็นอีกไอเดียที่น่าสนใจ ซึ่งสามารถซื้อหามาทำได้ง่ายและราคาไม่แพง อีกทั้งรสชาติยังมีเอกลักษณ์ และได้สัมผัสถึงอรรถรสแบบอาหารไทยพื้นบ้านได้เป็นอย่างดี

ปลานิลต้มยำสักหม้อ ทานร่วมกับข้าวสวยร้อน ๆ อุดมไปด้วยคุณค่าและโภชนาการ ได้วิตามินซีจากมะนาว ได้คุณค่าทางยาจากพืชสมุนไพรในเครื่องต้มยำและยังได้โปรตีนจากเนื้อปลา นับเป็นอาหารที่ครบเครื่องทั้งความอร่อยและโภชนาการ อีกทั้งยังช่วยบำรุงกำลังให้กับผู้ที่อ่อนเพลียหรือผู้ที่เป็นไข้หวัดได้อีกด้วย  โดยวิธีการทำนั้นก็ไม่ยาก สิ่งสำคัญที่สุดก็คือควรเน้นเลือกวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ก็จะทำให้ต้มยำหม้อนั้นมีรสชาติที่ดีได้ ซึ่งการทำเมนู ปลานิลต้มยำ นั้นทำอย่างไรวิธีการมีดังต่อไปนี้

วัตถุดิบการทำ (ใช้ปริมาณต่อ ปลานิล 1 ตัว)

  • เครื่องต้มยำ
  • ตะไคร้ใช้ประมาณ 1-2 ต้น
  • ใบมะกรูดสัก 2-3 ใบ
  • ข่า 1 แง่ง
  • หอมแดง สำคัญมากและต้องมี เพราะจะช่วยในการ ดับกลิ่นคาวปลา นำมาใส่ด้วยสัก 1-2 หัว
  • พริก 5-6 เม็ด
  • มะนาว 1 ลูก
  • เห็ด จะใช้เห็ดอะไรก็ได้ตามที่ชอบ เลือกมาในปริมาณพอเหมาะ
  • และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ปลานิล 1 ตัว
  • เครื่องปรุงประกอบไปด้วย
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ มากหรือน้อยกว่านั้นแล้วแต่ชอบ
  • เกลือ 1 ช้อนชา
  • ผงรสดี 1 ช้อนชา
  • ผงชูรส ครึ่ง ช้อนชา
  • การทำต้มยำปลานิล

เริ่มจากให้นำปลานิลไปแล่ ควักเหงือกและไส้และล้างเครื่องใน ล้างทั้งตัวให้สะอาดเพื่อเอาสิ่งสกปรกและเมือกออก ซึ่งจะทำให้ชะล้างดับคาวและกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ เมื่อล้างเสร็จแล้วให้นำมีดมาปาดเนื้อปลาตามแนวขวางแล้วนำไปผึ่งไว้สักครู่ จากนั้นให้นำเห็ดไปล้างกรวดดินทรายออกให้หมดจดและนำมาหั่นเตรียมไว้ ตั้งหม้อเปิดไฟต้มน้ำรอจนกว่าน้ำในหม้อเดือด แล้วจึงนำเครื่องต้มยำที่เตรียมไว้มาใส่ลงไป ใส่เกลือและ รสดี รวมถึง ผงชูรส ลงไปตามส่วนผสมที่กำหนด หรือแล้วแต่ความชอบ จากนั้น รอจนกว่าน้ำจะกลับมาเดือดอีกรอบแล้วจึงค่อยนำปลาใส่ลงไป โดยในขั้นตอนนี้ให้จับเวลาไว้ซึ่งจะใช้เวลารอประมาณ10-15นาที หรือคอยเปิดฝาหม้อดูแล้วกะด้วยสายตา ซึ่งควรต้องระมัดระวังอย่าให้เนื้อปลาสุกมากเกินไปจนเละ ระหว่างต้มให้คอยตักฟองออกด้วย เมื่อได้ที่แล้วจึงค่อยนำเห็ดใส่ลงไปโดยต้มต่ออีกเพียงชั่วครู่เท่านั้นเพื่อรักษาความสดของเห็ดเอาไว้ ให้ได้รสชาติที่ดี จากนั้นเพิ่มรสชาติด้วยการเติมพริกที่โขลกละเอียด บีบน้ำมะนาวลงไปและปรุงรสด้วย น้ำปลา ตามด้วยโรยใบผักชีฝรั่งซอย แล้วตักใส่จานพร้อมเสริฟได้เลย